ประเมิน!’มหาอุทกภัย’เสียหายยับ1ล้านล้านภาคอุตสาหกรรมกระทบหนัก โรงงานทั้งในและนอกนิคม 838 แห่ง เสียหาย 4.74 แสนล้านบาท

“กรุงเทพธุรกิจ” สำรวจความเสียหายจาก “มหาอุทกภัย” โดยรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่ามีความเสียหายในวงกว้าง ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม การพาณิชย์ ภาคสถาบันการเงินและภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นตัวเลขเบื้องต้นที่ได้เริ่มมีการประเมินหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายในหลายพื้นที่ โดยมีความเสียหายรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมส่งผลกระทบกับโรงงาน 838 แห่ง โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมากอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง มีมูลค่าความเสียหายจากที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบและสินค้าคงเหลือรวม 237,410 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง มีวงเงินประกันภัยรวม 600,000 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของเงินเอาประกันทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทประกันภัยในประเทศรับประกันไว้ 15% และส่งต่อไปบริษัทประกันภัยต่อหรือรีอินชัวเรอร์ 85% ของเบี้ยประกันภัย

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมนอกนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรง 8 จังหวัดมีมูลค่าความเสียหายรวม 237,340 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.ชัยนาท เสียหาย 4,437 ล้านบาท 2.นครสวรรค์ เสียหาย 8,344 ล้านบาท 3.นนทบุรี เสียหาย 31,211 ล้านบาท 4.ปทุมธานี เสียหาย 62,925 ล้านบาท 5.พระนครศรีอยุธยา เสียหาย 91,320 ล้านบาท 6.ลพบุรี เสียหาย 37,483 ล้านบาท 7.อ่างทอง เสียหาย 1,380 ล้านบาท 8.อุทัยธานี เสียหาย 239 ล้านบาท

เมื่อรวมความเสียหายของภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในและนอกนิคมอุตสาหกรรมอยู่ที่ 474,750 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ประเมินว่าผลผลิตจะลดลงในไตรมาส 4 ปี 2554 คิดเป็นมูลค่า 328,098 ล้านบาท ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมลดลง 1.9% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3.5-4.5%

เอสเอ็มอี 2.85 แสนราย สูญ 2.4 หมื่นล./เดือน
ด้านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ประเมินผลกระทบน้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอี 285,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีภาคการค้าและซ่อมบำรุง 134,000 ราย ภาคบริการ โรงแรม ภัตตาคาร การขนส่งและบริการอสังหาริมทรัพย์ 84,000 ราย ภาคการผลิต 66,000 ราย ส่วนที่เหลือเป็นเอสเอ็มอีในกิจการเหมืองแร่ เหมืองหิน ประมง เกษตรและป่าไม้

สสว.ประเมินว่าน้ำท่วมส่งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมเดือนละ 24,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน 800,000 คน ซึ่งผลกระทบครั้งนี้ทำให้ สสว.ปรับลดประมาณการจีดีพีภาคเอสเอ็มอีปี 2554 ลง 1.8-2.0% จากเดิมที่ สสว.คาดว่าจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้จะขยายตัว 4.0-4.2%

ทั้งนี้ เอสเอ็มอีเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจเพราะมีการจ้างงานมากและมีจำนวนผู้ประกอบการมาก ซึ่งปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการ 2.92 ล้านราย เป็นเอสเอ็มอี 2.91 ล้านราย คิดเป็น 99.6% ของผู้ประกอบการทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีในภาคการค้าและซ่อมบำรุง 1.3 ล้านราย คิดเป็น 47.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด รองลงมาเป็นภาคบริการ 984,678 ราย คิดเป็น 33.8% ภาคการผลิต 545,098 ราย คิดเป็น 18.7% และจีดีพีเอสเอ็มอีมีสัดส่วน 37.1% ของจีดีพีประเทศ

7 นิคมฯ กระทบจ้างงาน 1.92 แสนคน

นอกจากนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ประเมินผลกระทบกับนิคมอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมมี 7 แห่ง มีโรงงาน 1,107 แห่ง มีการจ้างงาน 192,000 คน เงินลงทุน 1.04 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มีโรงงาน 254 แห่ง มีการจ้างงาน 48,000 คน เงินลงทุน 89,000 ล้านบาท 2.นิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีโรงงาน 93 แห่ง มีการจ้างงาน 14,000 คน เงินลงทุน 19,800 คน 3.นิคมอุตสาหกรรมบางพลี มีโรงงาน 137 แห่ง มีโรงงาน 23,000 คน เงินลงทุน 54,000 ล้านบาท

4.นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ มีโรงงาน 88 แห่ง มีการจ้างงาน 9,641 คน เงินลงทุน 71,341 ล้านบาท 5.นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ มีโรงงาน 167 แห่ง มีการจ้างงาน 31,000 คน เงินลงทุน 770,000 ล้านบาท 6.นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี มีโรงงาน 6 แห่ง เงินลงทุน 100 ล้านบาท 7.นิคมอุตสาหกรรมบางปู มีโรงงาน 456 แห่ง มีการจ้างงาน 76,000 คน เงินลงทุน 105,000 ล้านบาท

โครงสร้างพื้นฐานยับกว่า 2.2 หมื่นล้าน
ด้านโครงการสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากน้ำท่วมในวงกว้างและกินเวลานาน โดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นงานหนักของกระทรวงคมนาคม เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ซ่อมแซมได้ และจะทำได้รวดเร็ว เพราะส่วนใหญ่เป็นงานจ้างเอกชน ขณะที่หน่วยงานราชการทำหน้าที่ควบคุมดูแลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและได้รับอนุมัติงบประมาณจาก ครม.แล้วรวมเป็นเงิน 16,981.50 ล้านบาท

“งบประมาณที่ได้รับอนุมัตินี้จะไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่เสนอของบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณ 2555 ขณะที่การฟื้นฟูครั้งนี้เรียกได้ว่าถนนเกือบทุกสายทางทั่วประเทศได้รับการซ่อมบำรุงทั้งหมด และมูลค่าเงินที่ลงทุนไปนี้ยังจะไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เกิดการสร้างงาน บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ว่างงานมานานก็จะมีงานทำ และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาการโก่งราคาค่าก่อสร้างแน่นอน” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

Source: Bangkok Biz News

นายโอภาส เนตรอำไพ ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤติ ในฐานะตัวแทนจากสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ในช่วง 1-15 พ.ย.นี้ อัตราเข้าพักโรงแรมกรุงเทพฯ ชั้นใน ระดับ 4-5 ดาว อยู่ที่ 30% ขณะที่โรงแรมรอบนอกระดับ 3 ดาวลงมา ซึ่งทำโปรโมชั่นรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อัตราเข้าพักประมาณ 90% โดยโปรโมชั่นส่วนใหญ่หมดลงตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเข้าพักที ภูเก็ต และเชียงใหม่ เฉลี่ย 75-80%

Source: Bangkok Biz News