|
 |
| |
|
|
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
จากการที่ไทยเปเปอร์เป็นบริษัทหนึ่งในเครือซิเมนต์ไทย ทำให้ไทยเปเปอร์ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของ
บุคลากรทุกระดับในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยพนักงานทุกคน ทุกหน่วยงาน จะได้รับการฝึกอบรมให้มีจิตสำนึกถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทั้งในการปรับปรุงงานของตนเอง, การปรับปรุงงาน
ของหน่วยงาน, และการปรับปรุงงานที่ต้องทำร่วมกับหน่วยงานอื่นนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างมีระบบและต่อเนื่อง โดยสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าไทยเปเปอร์ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อม คือไทยเปเปอร์มีนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ว่า
เราผลิตกระดาษพิมพ์และเขียน ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอเป็นที่พอใจของลูกค้าด้วยจิตสำนึกถึงความสำคัญของ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย
นอกจากนี้ในแผนการดำเนินงานของไทยเปเปอร์ จะมีการพิจารณากำหนดโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และมีการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการไว้อย่างพอเพียงสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี
ซึ่งบทพิสูจน์ของการให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของไทยเปเปอร์ คือ การได้รับ ใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก. /14001 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อปี 2542 โดยไทยเปเปอร์ได้นำแนวความคิดของเทคโนโลยีสะอาด ( Cleaner Production ) มาทำการปรับปรุงกระบวนการผลิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพอจะยกตัวอย่างมาโดยสังเขปได้ดังนี้
การเลือกใช้วัตถุดิบ
ในกระบวนการผลิต ไทยเปเปอร์ใช้เยื่อกระดาษที่ทำจากไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งผลิตโดยบริษัท สยามเซลลูโลส จำกัด และบริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) โดยทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัทผู้ผลิตในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ เครือปูนซิเมนต์ไทย ที่ใช้วัตถุดิบ คือ ไม้ยูคาลิปตัส จากบริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ที่ทำหน้าที่เพาะกล้าไม้ยูคาที่มีคุณภาพ และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้ยูคา และให้ความรู้ในการปลูกไม้ยูคาอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นบริษัทในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์เช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่าวัตถุดิบที่ไทยเปเปอร์ใช้นั้น เป็นวัตถุดิบที่มาจากบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย จึงมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบดังกล่าวไม่ได้มาจากการตัดไม้จากธรรมชาติ และไม่ทำลายสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน
ไทยเปเปอร์ยังเลือกใช้วัตถุดิบที่ผลิตจากชานอ้อยมาใช้ในการผลิต ซึ่งถือเป็นการนำทรัพยากรที่เหลือใช้จากอุตสาหกรรม (ผลิตน้ำตาล) มาใช้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย
การลดของเสียที่แหล่งกำเนิด
ไทยเปเปอร์ได้ทำการปรับปรุงกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงาน ไฟฟ้า น้ำ ไอน้ำ ที่เครื่องผลิตกระดาษ และเครื่องเคลือบกระดาษ
ไทยเปเปอร์ได้มีการพัฒนาและวิจัย ซึ่งมีผลทำให้สามารถลดปริมาณการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต โดยคุณสมบัติของกระดาษที่ได้ไม่เปลี่ยนแปลง
ไทยเปเปอร์มีการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี โดยมีการจัดสร้าง Bund สำหรับป้องกันสารเคมีและเชื้อเพลิงรั่วไหลปนเปื้อนลงในรางระบายน้ำ ซึ่งจะมีผลทำให้น้ำทิ้งที่ออกจากกระบวนการผลิตของไทยเปเปอร์มีสารเคมีน้อยกว่า และเพื่อให้เกิดความมั่นใจไทยเปเปอร์ยังมีแผนการติดตามคุณภาพของน้ำทิ้งก่อนทำการปล่อยลงสู่แม่น้ำ รวมทั้ง Solid waste จากกากตะกอนของระบบบำบัดน้ำทิ้ง เป็นประจำทุกเดือนอีกด้วย
ไทยเปเปอร์กำหนดให้มีการตรวจเช็คสภาพรถขนส่งเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดมลภาวะจากท่อไอเสียรถยนต
์
การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่
ไทยเปเปอร์มีการติดตั้ง Ultra Filtration ที่เครื่องเคลือบกระดาษ ซึ่งทำให้สามารถลดสารแขวนลอยในน้ำทิ้ง และนำสารเคมีกลับมาใช้ใหม่ได้
ไทยเปเปอร์มีระบบ White Water Recycle ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้สามารถนำน้ำทิ้งกลับมาใช้งานใหม่ นอกจากนี้กากตะกอนที่ได้จากระบบบำบัดน้ำทิ้ง ยังสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไอน้ำ ซึ่งสามารถทดแทนการใช้ถ่านหินลิกไนท์
ไทยเปเปอร์มีการจัดทำโครงการรับคืนกระบะไม้ และจุกปิดแกนกระดาษ เพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ ซึ่งทำให้สามารถลดปริมาณการใช้ทรัพยากรได้
และเพื่อเป็นการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีต่อชุมชน ผู้มาติดต่องาน และพนักงาน ไทยเปเปอร์ได้เปลี่ยนการใช้รถ Fork Lift ที่ในโรงงาน เป็นประเภทที่ใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงแทนประเภทที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีเขม่าและควันดำ
นอกจากนี้ไทยเปเปอร์ยังได้นำระบบการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม ( TPM : Total Productive Maintenance ) มาใช้ในการบริหารงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประสิทธิภาพโดยรวมของบริษัทจนถึงขีดสูงสุด และเน้นการป้องกันความสูญเสียต่างๆ ล่วงหน้าคือ อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ของเสียเป็นศูนย์ เครื่องจักรขัดข้องเป็นศูนย์ โดยให้ทุกคน ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานปฏิบัติงาน มีส่วนร่วมกิจกรรมหลักของระบบTPM ซึ่งประกอบด้วย
การดูแลเครื่องจักรด้วยตนเอง ( Jishu - Hozen )
การปรับปรุงงาน ( Kobetsu - Kaisen )
การบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผน ( Planned Maintenance )
การฝึกอบรม ( Education and Training )
|
Go to top |
|
| |
 |
|